#ปรากฏการณ์เฉลียง ปรากฏการณ์ความสุข

อีกครั้งที่นึกถึงประโยคคำถาม “ใครบอกว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้”

มีฉันอยู่ในนั้น ^^

18 กย 59 ปรากฏการณ์เฉลียง กับ ไผ่ ซือ และ เบิร์ด ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์

เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันจ่ายสตางค์ 1,500 บาท แลกกับการเข้าไปนั่งดูมหรสพจากชายแก่คราวพ่อ 6 คน
ไพลินบอกว่ามีแต่คนเหี่ยวๆ555 จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิด
แต่มันดีงามเหลือเกิน ไม่ดูเองไม่เข้าใจหรอก
เป็นสี่ชั่วโมงกว่าๆที่ไม่ได้หยุดยิ้มเลย
ถ้าจะหยุดก็หยุดเพียงเพื่อไปหัวเราะเท่านั้น

ฉันรู้จักเฉลียงครั้งแรกผ่านบล็อก exteen ของพี่ฝนสถ.74
รุ่นพี่ที่คณะที่ถูกชะตากันในความคิดความอ่าน และกายภาพที่เข้าถึงง่าย
ตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่ปี1 ปี2 ไม่โตไปกว่านั้น
เหมือนว่าเพลงแรกที่สะดุดตาจากเนื้อร้องคือเรื่องราวบนแผ่นไม้
อ่านเนื้อแล้วชอบใจจึงไปหาเอาเพลงมาฟัง
ฟังแล้วยิ่งชอบจังเพลงอะไรเย็นได้ขนาดนี้
มีความทรงจำ มีความคิดถึง มีความปลงในการเปลี่ยนแปลง

แล้วคืนหนึ่งที่จำไม่ได้แล้วว่าคืนไหน
ว่างก็ไม่ใช่แต่น่าจะคิดงานไม่ออก
นั่งค้นหาตามฟังเพลงของนักร้องวงเดียวกันไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว
ยิ่งฟังยิ่งชอบ ไปขุดคุ้ยหาเนื้อมาอ่านมันเกือบทุกเพลง
แล้วถึงมารู้ทีหลังว่าเรื่องราวบนแผ่นไม้มีความหมายมากกว่าแรกฟังมาก
เพราะมันซ่อนแทรกเพลงที่ผ่านๆมาของเฉลียงไว้อย่างแนบเนียน
ก็ว่าทำไมมันถึงช่างลึกซึ้งอวลกลิ่นความหมายแฝงอะไรได้มากมายเพียงนั้น

ตั้งแต่เด็กก็เป็นคนฟังเพลงน้อย
มีแต่เพลงที่พ่อแม่ฟัง เพลงฝรั่งยุค 60-70’s กับพวกสุนทราภรณ์ ฮ็อตเป็ปเปอร์
ไม่มีโอกาสได้เลือกฟังเพลงด้วยตัวเองเพราะยามเล็กวิทยุเป็นของผู้ใหญ่
โตมาหน่อยก็ฟังไปตามกระแส
ไม่เคยรู้สึกว่าคลั่งไคล้เป็นบ้าเป็นหลังกับเพลงอะไรหรือนักร้องคนไหนๆทั้งนั้น

มันก็คล้ายๆกันไปหมด เนื้อหาวนๆ อยู่แค่รักๆเลิกๆ
เพลงเต้นมันส์ๆก็ไม่เคยจะรู้สึกอินมันส์อะไรกับเค้า
ตอนนั้นก็คิดว่าเรามันคงเป็นคนเชยๆ ไม่อินเทรน ไม่มีรสนิยม ไม่มีดนตรีใจหัวใจ
แค่ตีกลับยังสอบตก สงสัยจะไม่ได้เกิดมาเพื่อผูกพันกับดนตรี

แต่พอเจอกรุสมบัติเพลงเฉลียงเท่านั้นแหละ
เหมือนว่าเจอสิ่งที่ตามหามานาน
ก็คงเพราะมีหลายเพลงที่มันล้อกับชีวิตง่อยๆงงๆของเด็กถาปัดอย่างเราๆด้วยล่ะมั้ง

หลังจากนั้นก็ฟังมาเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก หายไปบ้างลืมไปบ้างเป็นบางคราว
จนมีอยู่ช่วงนึงที่ทำงานออฟฟิศหนักหน่วง
อยู่ดึกดื่น เสาร์อาทิตย์ก็ต้องเข้าไปคนเดียว หลายสัปดาห์ติดๆกัน
มีความจำเป็นต้องเสพย์ดนตรีแก้ความเครียดความฟุ้งซ่าน
และก็กลายเป็นคอนเสิร์ตเรื่องราวบนแผ่นไม้ของเฉลียงที่เปิดฟังวนไป
วนไป วนไป วนไป จนขึ้นใจไปหมดทุกมุขทุกเพลง
ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเค้ากำลังจะเล่นมุขต่อไปนี้ในจังหวะนี้
แต่ก็ยังอดยิ้มอดขำไม่ได้  เป็นคอนเสิร์ตที่เพลงเพราะ ตลก อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
เป็นช่วงเวลาเดือนกว่าที่รู้สึกว่าได้ใกล้ชิดเฉลียงมากที่สุด
ผ่านคอนเสิร์ตเรื่องราวบนแผ่นไม้ในยูทูป

แล้วทุกครั้งที่ดูมาจนถึงตอนสุดท้าย
ที่คุณดี้ประกาศกร้าวว่า “นี่คือคอนเสิร์ตรอบสุดท้ายและครั้งสุดท้ายของเฉลียงแล้วครับ”
ก็จะแอบเสียใจเล็กๆที่เราไม่มีโอกาสได้อยู่ตรงนั้น
หรือไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ดูคอนเสิร์ตเฉลียงจริงๆซักครั้ง
เพราะกว่าเราจะมารู้จักเค้า เค้าก็ประกาศเลิกจัดคอนเสิร์ตไปเสียแล้ว

ผ่านมาเนิ่นนานจนเมื่อต้นปีนี้มีข่าวแว่วมาทางเฟสบุค
ว่าเฉลียงตกลงปลงใจจะเล่นคอรเสิร์ตให้มิตรรักแฟนเพลงหายคิดถึงกันอีกครั้ง
ฉันก็ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องดูให้ได้
ถึงไม่มีใครดูด้วยก็จะไปดูคนเดียว เด็ดเดี่ยวขนาดนั้นเลยล่ะ
แต่สุดท้ายก็ได้นายไผ่ภูรินทร์กับซือเพื่อนใหม่ที่ไปบังเอิญไปถูกชะตากันที่เชียงดาว
มาดูเป็นเพื่อนกัน

ซือใช้คำว่า “นอนตายตาหลับ”
ก็คงไม่ถึงขนาดนั้น55
แต่ก็ไม่อาจหาคำใดมาบรรยายได้ให้เทียบเท่าประสบการณ์
ป ร า ก ฏ ก า ร ณ์ ค ว า ม สุ ข ที่เกิดขึ้นในเวลาสี่ชั่วโมงกว่าสั้นๆนั้นได้

ฉันชอบบทสนทนาที่สื่อความเป็น “ไอ้เพื่อนเกลอ” ได้หนักแน่นชัดเจน
ชอบความเชยๆ ประชดประชันนิดๆ ขวานผ่าซากหน่อยๆ สดใส จริงใจ เย็นๆ แต่ก็รับส่งมุขได้อย่างฉับไวขัดกัน
ชอบความง่ายๆ สบายๆ ในเนื้อร้องทำนอง และวิธีการถ่ายทอดชุดความคิด
ชอบความพิเศษของเนื้อหา ที่เหมือนจะธรรมดา แต่ก็ไม่เลย
ชอบความงามของภาพสะท้อนชีวิต ผู้คน ธรรมชาติ ความจริงของโลก จักรวาลในขวดแก้ว
ชอบมุมมองความรักเรียบง่าย ที่ไม่ต้องเร่าร้อนรุนแรงโหยหาคร่ำครวญ แก่งแย่งเจ็บแค้น อกหักชอกช้ำระกำใจ
เพียงเบาๆพอให้คลายเหงา มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ไม่เห็นตาย มีอะไรอื่นๆอีกมากมายให้ใช้เวลาเข้าหา

เหนือสิ่งอื่นใด
ฉันไม่รู้ว่าคอนเสิร์ตอื่นๆเป็นอย่างนี้มั้ย
แต่ฉันชอบมากๆ
ตอนที่รู้สึกว่าคนทั้งฮอลล์ร้องเพลงคลอสบายๆตามคนบนเวที
แบบไม่ต้องตะเบ็งเซ็งแซ่แข่งเสียงให้ดังกว่าใคร
ฉันได้ยินเสียงประสานจากคอรัสวงใหญ่(ห้าพันคน) กับหน้าพี่นกยิ้มน้อยๆลอยมา
เหมือนทุกคนร้องแค่เบาๆแบบเดียวกับที่ร้องกับตัวเองในห้องนอนเล็กๆที่บ้าน
เพียงแค่ครั้งนี้ออกมาร้องด้วยกันกับอีกห้าพันกว่าคน

ความสุขมันต้องง่ายแบบนี้สิ : )

ออกจากคอนเสิร์ตมาสองวันกว่าแล้วก็ยังมีเพลงเฉลียงลอยวนอยู่ในหัว
กับรอยยิ้มอุ่นๆบินไปมา
จะมีชุดเพลงใหม่ๆ ของวงดนตรีรุ่นใหม่ๆ ให้ความรู้สึกแบบนี้ได้อีกไหมนะ
อยากรู้จริงๆ

1,500 บาท… จะว่าไปก็แพงนะ แพงไปหน่อย
แต่ก็ ยังไงล่ะ
ถ้ามันซื้อความสุขได้
ถ้าเรายังไม่เดือดร้อน
ถ้าเราไม่รู้ว่าเงินทองที่เก็บไว้นั้นจะมีเวลาให้ใช้อีกกี่มากเท่าไหร่

มันก็คงไม่แพงจนเกินไปหรอก

 

 

 

 

ว่าแล้วก็คงต้องหาซื้อตั๋วคอนเสิร์ตสุเทพชรินทร์ให้แม่ได้ดูซักครั้ง
อยากจะซื้อความสุขมาเติมให้แม่ได้บ้างเหมือนกัน
ไ ม่ ม า ก ก็ น้ อ ย .

About patchaparachaichour

cud42, landscape stu75, drawing, writing, thinking, dreaming, muddled thoughts, welcome to my world...
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s