การบ้าน/ การเลือก

สองเรื่องนะ

ก า ร บ้ า น เด็กไทยมากไปไหม?
เออเซ่ ของมันแน่อยู่แล้ว
วิธีแก้ปัญหา
(ในกรณีที่ยังแก้ที่ครูไม่ได้)
พ่อแม่ผู้หวังดีก็ให้ลูกไปเรียนพิเศษ
เพื่อหวังให้ลูกเก่งขึ้น
แล้วทำการบ้านได้เร็วขึ้น
หรือไม่ก็
เผื่อว่าครูจะช่วยสอนการบ้านให้ได้บ้าง

ประเด็นมันอยู่ตรงไหนกันแน่นะ

เวลาของเด็กน้อยลงไป
เพราะต้องแบ่งเวลาไปเรียนพิเศษ
ทำให้มีเวลาทำการบ้านน้อยลง?

การบ้านยาก และ เยอะเกินไป
จนเด็กไม่สามารถทำทั้งหมดให้เสร็จได้ด้วยตนเอง
จนต้องพึ่งครูสอนพิเศษมาช่วยสอน
จนเลยไปถึงช่วยทำมันซะด้วยเลย?

เด็กไทยความรู้ความสามารถต่ำมาก
เป็นผลให้ไม่สามารถเข้าใจหลักการของเนื้อหาที่เรียน
จนทำการบ้านเองให้เสร็จสิ้นด้วยตนเองไม่ได้?

ครูไทยไม่มีความรู้ความสามารถพอ
ที่จะสอนให้เด็กเข้าใจ
รวมถึงไม่สามารถวางแผนการให้การบ้านแต่พอเหมาะ
ให้เด็กได้มีเวลาเหลือจากการทำการบ้าน
ไปใช้ชีวิตวัยเด็กจริงๆบ้าง?

อย่างไรดีล่ะ การบ้านเด็กไทย
ลองเปลี่ยนกันดูซักทีไหม
นี่คงเป็นโอกาสดี
ที่การศึกษาไทยจะได้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง
หวังว่าจะได้มีส่วนช่วยทำอะไรได้บ้างไม่มากก็น้อย

อีกเรื่อง

ก า ร เ ลื อ ก
วันนี้มีกิจกรรมใหญ่
คุณหมอวีรพลให้ชื่อว่า “โครงการกู้ชีพปู่ทองอยู่”
คือการตั้งต้นจามจุรีอายุกว่า 100 ปี หน้าอาคาร ทองอยู่ ล่ำซำ
สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา
จากเหตุล้มลงเมื่อวันก่อนให้ยืนตรงขึ้นมาอีกครั้งนึง
http://shows.voicetv.co.th/voice-news/116096.html

มีคนคิดกันไปทั้งสองทาง

ทางแรกคือ100%ให้ 1 ว่ายังไงก็ไม่รอด
จะไปตั้งขึ้นมาทำไมให้เสียเวลา
เสียแรง เสียเงิน ฝืนความจริงไปเปล่าๆ

กับอีกทางคือ
ต่อให้เป็นเพียง 1% ใน 100 ที่มันจะมีโอกาสรอด
ก็ขอให้เราได้ลองพยายามเถอะ
อย่างน้อยถ้าพยายามแล้วมันไม่สำเร็จ
ก็จะได้รู้ว่าเราได้พยายามแล้ว
ก็คงจะดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลัง
ว่าไม่ได้พยายามอะไรเลย
แล้วก็ไม่มีโอกาสที่มันจะรอดเลย

ทางเลือกแบบนี้คงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในสังคม

การเลือกของแต่ละคน ในแต่ละสถานการณ์
ย่อมแตกต่างกันไป
คนนี้กับเรื่องนี้ กับคนนี้กับอีกเรื่องหนึ่ง เค้าก็คงไม่เลือกเหมือนกัน
คนนี้กับเรื่องนี้ กับคนนั้นกับเรื่องนี้ ก็อาจจะเลือกไม่เหมือนกัน
คนนี้กับเรื่องนั้น คนนั้นกับเรื่องนี้ ร้อยแปด

ครั้งนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเลือกผิดหรือถูก
ทางพี่สมเพชรก็คอยแต่จะพนันว่าคุณปู่ตายแน่
คอยแต่จะให้คนนู้นคนนี้มาสยบยอมความจริงกับแก
ในขณะที่ผอ.สินเงิน ครูต้อ พี่เช่ และอีกหลายๆคนในวันนี้
เลือกที่จะพยายามใน 1% ที่เหลือ

เรื่องนึงที่พี่เช่พูดแล้วน่าสนใจ
คือมันไม่ใช่แค่เรื่อง 1%แล้วรอด หรือสุดท้ายจะไม่รอด
แต่มันเป็นการจุดกระแสการรักษ์ต้นไม้
มันเป็นการประชาสัมพันธ์วิชาชีพรุกขกรอให้ดังขึ้นเบาๆ
มันจุดประกายฮึกเหิมในหัวใจของทุกคนที่โรงพยาบาล
รวมถึงทุกหยาดเหงื่อแรงงานที่ไปช่วยกันในวันนี้
เติมเต็มอย่างบอกไม่ถูก
ซึ่งสวนกระแสกับสภาพต้นไม้เมืองที่เห็นแล้วสลดใจทุกครั้ง

คุณหมอสินเงิน
เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ฉันเชื่อว่าการที่เค้ามายืนอยู่ตรงนี้ได้
เค้าต้องไม่ธรรมดา

และเค้าต้องคิดมาอย่างดีแล้วว่า
การตัดสินใจของเค้าในครั้งนี้
ต้องไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน

About patchaparachaichour

cud42, landscape stu75, drawing, writing, thinking, dreaming, muddled thoughts, welcome to my world...
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s