(กว่า)จะ(ได้)เขียน

1.วัดพระฉาย

เมื่อวันที่ 8 มีนาที่ผ่านมาเป็นวันครบรอบวันตายพ่อ
ตรงกับวันที่เราต้องไปตจว.ประจำเดือนพอดี
คุยๆกันว่าจะไปแวะวัดเขาพระฉาย

เมื่อสองปีที่แล้ววันเสาร์หนึ่งที่เราไปโคราชกัน 4 คน
แม่ อี๊ หมี ฉัน
ขากลับผ่านสระบุรีเข้าทางเลี่ยงเมือง
ขับรถแล้วมีเสียงดังแปลกๆ
จนจู่ๆมาดับเอากลางสี่แยกไฟแดง
ตรงที่ๆเขาเรียกกันว่าแยกพระฉาย
(เขาพระพุทธฉาย)
ไม่มีทางเลือก
เปิดไฟแว้บ แม่บังคับพวงมาลัย
ฉัน อี๊ หมี ลงไปเข็นรถ
ไปจอดไหล่ทาง
จอดได้ไม่นานก็มีผช.ผญ.คู่นึง
ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดข้างๆเรา
ภายหลังเราได้รู้ว่าผญ.คนนี้เป็นครูรร.อนุบาลชื่อมาลี
ผช.เป็นอาสากู้ภัยชื่อเก๋
เค้าสองคนช่วยเราพาเอารถไปหาหมอ
ติดต่อ ติดตาม จนรู้ว่าเราจะปลอดภัยในโรงแรมจิ้งหรีด
ก่อนแยกจากกันไปเงียบๆ

เราเมมเบอร์เค้าไว้ในโทรศัพท์เครื่องเก่าของแม่ที่หายไปแล้ว

ครั้งนี้เราตั้งใจจะไปหาเค้า
เอาของเล่นเด็ก เสื้อผ้าเด็ก รองเท้าเด็กคู่เก่าของน้องผึ้ง
ไปให้ครูมาลี ไปเยี่ยมเยียนทักทาย
และแสดงความขอบคุณ
ความสำนึกอย่างซาบซึ้งในความช่วยเหลือที่ได้จากเขาในวันนั้น
แม่ตั้งใจจะให้เงินเค้าด้วย
แต่รู้ดีว่าเค้าไม่รับแน่
ก็ตั้งใจว่าจะให้เค้าเอาไปเลี้ยงเด็กต่อไป

เราออกกันไปแต่เช้า
ขับรถออกจากทางหลักเลี้ยวเข้าไปที่วัดพระฉาย
ทางขึ้นเขากับต้นไม้สองข้างทาง
ทำเอาเรารู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่ในอีกโลกได้ง่ายๆ
วิวที่ยอดเขาสวยอย่าบอกใคร
เราไหว้พระ ปิดทอง ทำบุญ ตีระฆัง ชื่นชมทิวทัศน์
แล้วกลับลงมาตามหาครูมาลีกับคุณเก๋

ถามชาวบ้านตั้งแต่วัดบนเขา
ทุกคนรู้จักครูมาลี
ชุมชนในตจว.เล็กๆมันดีอย่างนี้เอง
คนนู้นคนนี้ช่วยกันชี้ ส่งต่อ บอกทาง
จนพวกเราขับรถมาจอดที่หน้าบ้านครูมาลีได้ในที่สุด
บ้านไม้เก่าๆผุๆ หลังคาสังกะสีกับผ้าใบ
เปลือกไม่อาจบอกทองแท้ที่อยู่ภายในได้เลยจริงๆ
แต่ครูมาลีไม่อยู่ พี่เก๋ก็เช่นกัน
เราขอเบอร์ครูมาลีกับพี่เก๋ โทรไปแนะนำตัว
พร้อมแจ้งว่าเราฝากของบริจาคให้เด็กๆไว้ที่บ้านแก
แม่ไม่ได้ให้เงินเพราะคิดว่าควรจะให้กับมือเธอมากกว่า


ตั้งใจมาทั้งทีไม่ได้เจอ
เอาเถอะ ได้แค่นี้ก้อดีใจแล้ว

หลักจากเข้าไปทำภารกิจในตัวเมืองโคราช
เราได้มีโอกาสผ่านมาที่แยกวัดพระฉายอีกครั้ง
แม่ให้ลองโทรหาครูมาลี
เธอกลับมาแล้ว
เราขับรถเข้าไปที่บ้านเธอ
เธอรอเราอยู่
สุดท้ายเราก็ได้เจอเธอจริงๆ
เกือบจำหน้ากันไม่ได้แล้ว
เราคุยกันสั้นๆ
“ขอบคุณ”อีกครั้งกับเรื่องเก่า
และฝากเงินบริจาคให้เด็กๆกับมือเธอ

เธอทำท่าว่าจะไม่รับ
ต้องเน้นว่าให้เด็กๆ เธอถึงจะยอม
คำขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าวนเวียนไปมาระหว่างเรา

เป็นความตั้งใจเล็กๆที่ยิ่งใหญ่
ที่ทำให้ 4 หัวใจเล็กๆบนรถพองโต :))

 

 

 

2.การลาออกที่ยาวนาน

ฉันเป็นคนแรกในสามคนในออฟฟิศ
ที่พูดขึ้นมาอย่างจริงจังว่าจะออก
สามคนที่ออกไปแล้วสองคน

ฉันพูดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงสองสามเดือนแรกที่เข้ามาทำงาน
เมื่อกลางปี 55
ฉันขอลาออก
แต่เจ้านายบอกให้ทำไปก่อน
แล้วเริ่มเป็นพาร์ททามหลังสิ้นปี
นั่นคือตั้งแต่ต้นปี 56
ฉันกลายเป็นพนักงานพาร์ททามของบริษัท
เข้าออฟฟิศสัปดาห์ละ 3 วัน
เลื่อนวันทำงานได้ตามสะดวก
ฉันได้รับอภิสิทธิ์มากเกินไปหรือเปล่า
ฉันขอลาออกในช่วงกลางปี 56
ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจบงานสำคัญในส่วนที่ฉันรับผิดชอบ
ช่วงก่อนออกฉันทำงานมากกว่าฟูลทาม
เป็นช่วงชีวิตที่เหี้ยมาก
แต่การได้ออกก็เป็นรางวัลบันดาลใจให้ฮึกเหิม
และเร่งทำให้มันสำเร็จได้ในที่สุด

ฉันได้ออกไปจากออฟฟิศจริงๆอยู่ประมาณ 2 เดือน
แล้วเจ้านายก็โทรเข้ามาขอให้เข้าไปช่วยงานที่ออฟฟิศ

จากทีแรกที่เข้าใจว่า
จะเป็นการแว้บเข้ามาให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ
ชั่วครั้งชั่วคราว
กลับกลายเป็นว่าฉันกลับเข้ามาเป็นพนักงานพาร์ททามอีกครั้ง

555 มันก็ตลกดีนะ
ฉันเคยเขียนโน๊ตบอกลาทุกคนในออฟฟิศตอนที่ฉันลาออกไปได้
แต่แล้วฉันก็กลับมาอีก
และโน๊ตเหล่านั้นก็ยังอยู่บนโต๊ะของทุกคน

คราวนี้ฉันขอลาออกอีกครั้งเมื่อต้นปี 57
ยื่นใบลาออกอย่างจริงจัง
แจ้งทุกเหตุผลตามความเป็นจริง
เจ้านายตอบกลับมาเป็นจดหมาย ที่แสดงความในใจสารพัน
ใจความสำคัญคือขอให้ฉันทำต่อจนถึงเดือนมีนา
ซึ่งเขาคาดว่าโครงการสำคัญที่ฉันช่วยทำอยู่จะผ่านการอนุมัติ
ฉันยินยอมทำตามคำขอครั้งสุดท้าย

เมื่อวันก่อนเขาคุยกับฉันว่า
ตารางกำหนดการของโครงการถูกเลื่อนออกไป
ทำให้โครงการจะไม่ถูกอนุมัติได้ภายในสิ้นเดือนมีนาตามที่กำหนด
หัวใจฉันไปอยู่ที่ตาตุ่ม
แต่ฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะผิดคำหรอก
แล้วมันก็เป็นอย่างนั้น
เขาเพียงขอให้ฉันวางกรอบการทำงานบางอย่างไว้
เพื่อให้คนอื่นมาทำต่อได้ และเข้ามาช่วยเชคในภายหลัง

และเขาใช้ข้อความว่า”หากมีอะไรที่criticalจะขอกวนเป็นครั้งๆไป”
แต่ไม่regular

จนถึงวันนี้ปีครึ่งกับอีก1เดือน 

แม่ไอ๊ซ์บอกว่า
“ทำงานที่ไหนก็ให้ทำแบบที่เขาจะขาดเราไม่ได้
แล้วเราจะไม่โดนไล่ออก”
มันน่าจะดี
แต่ในบางกรณีแบบฉัน
ก็ไม่ดีได้เหมือนกัน55

สิ้นเดือนนี้ฉันจะออกได้จริงหรือไม่
คงต้องติดตามกันต่อไป!!  

 

 

 

3.งานหนักไม่เคยฆ่าใคร(ไม่จริง!)

ปลายเดือนกพ.ต่อต้นเดือนมีนาที่ผ่านมา
เป็นช่วงโหมงานหนักของชีวิต
ทั้งงานออฟฟิศ
งานสเก็ตช์หนังสือ
งานแต่งงาน
จ็อบที่รับมา
งานพาร์ททามกับอ.จามรีและบิ๊กทรี
และงานแพ็คยาประจำกับแม่

ฉันจะแยกร่างได้อย่างไรรร
แต่ฉันเลือกไม่ได้

เป็นความเฮงที่ทุกอย่างที่รับมา
มากระจุกทั้งเดดไลน์และไม่เดดไลน์แต่ต้องทำประจำ
อยู่ในช่วงเดียวกันทั้งหมด

อะไรที่รับปากมาแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ

โคดเหนื่อยอะ
บ่องตง55
นอนน้อยอย่างกะทำธีสิส
ชีวิตแมร่งเศร้า
จุดนึงคิดว่า จะตายมั้ยเนี่ยกรู
แต่ถึงวันนี้ก็
เอ๊ะ ยังไม่ตายนิ่55

เคยได้ยินว่างานหนักไม่เคยฆ่าใคร
ก็เชื่อนะ แต่หลังเริ่มไม่เชื่อละ

มีพี่ที่OBAคนนึงเป็นดราฟแมน(คนเขียนแบบ)
ทำงานมานาน
จนถึงโปรเจคSQ-1อันยิ่งใหญ่หนักหนาสาหัส
ดราฟเสร็จก็ขอลาออก
เพราะป่วยเป็นมะเร็ง
ตอนนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดี

งานหนักอาจจะทำให้คนตายได้จริงๆ…
หวังว่าฉันจะยังไม่โชคดีขนาดนั้นตอนนี้นะ

หึหึ

 

 

 

4. งานใหม่

ฉันได้งานใหม่แล้วด้วยความบังเอิญ
ไม่มีการสมัคร ยื่นพอร์ต หรือคัดเลือกอะไรใดๆทั้งนั้น

หลายเดือนก่อนฉันไปโพสต์ไว้ในกรุ๊ปเฟสบุคเด็กแลนด์รุ่นเรา
ว่า”เราว่างและจนมาก ยินดีรับจ็อบทั่วราชอาณาจักร”
ฉันได้งานมาสองจ็อบจากการโพสต์ครั้งนี้
ช่างเป็นวิธีหางานที่ง่ายและดีอย่างไม่น่าเชื่อ

หนึ่งในสองจ็อบมาจากพลล่าที่ทำงานอยู่กับอ.จามรีที่คณะ
พลโทรมาเกริ่นสั้นๆเพียงว่า
บิ๊กทรีร่วมกับครูต้อจะจัดอบรมตัดต้นไม้ให้บุคลากรของกทม.
ต้องการคนประสานงาน
ฟังแค่นี้ก็ดีใจอยากทำแล้ว
คงจะดีถ้าเราได้มีส่วนทำให้ต้นไม้ในกทม.มันสวยขึ้น

อ.จามรีรู้ว่าฉันยังทำงานกับอ.กชอยู่
และบอกให้ฉันคุยกับอ.กชให้ดี
อย่าให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจกันภายหลัง
ว่าอ.จามรีไปแย่งคนทำงานของอ.กชมา

เธอเป็นผู้ใหญ่ รอบคอบ และเข้าใจโลกมากจริงๆ

ฉันคุยกับอ.กชเรียบร้อย
เพื่อให้การทำงานในทั้งสองที่พร้อมกันเป็นไปอย่างถูกต้องเปิดเผย
ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด
ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังบิดเบือนอะไร

หลังจากที่ได้ไปเจออ.จามรีที่คณะ
การอบรมตัดต้นไม้กลายเป็นเรื่องมดไปเลย
เพราะความจริงแล้วอ.จามรีเข้าไปช่วยบิ๊กทรีทั้งหมด 4 โปรเจค

หนึ่งในสี่ที่ใหญ่ยักษ์ และอ.ตั้งใจให้ฉันช่วยโดยตรง
คือโครงการ “60สวนถวายพระเทพฯ”
โดยสรุปคือการหา-สร้าง-ปรับปรุง
สวนสาธารณะ 60 จุดทั่วประเทศ
โดยเงื่อนไขสำคัญคือต้องดึงเอาชุมชนข้างๆเข้ามา
ให้มีส่วนร่วมในการร่วมออกแบบ-สร้าง-ปรับปรุง-พัฒนา-
ตลอดจนดูแลรักษาสวนของพวกเขาต่อไปในอนาคต

ฟังแล้วตื่นเต้นดีใจ
มันดีกว่าที่คิดไว้อีก
สิ่งที่ฉันกำลังจะได้มีส่วนร่วมทำให้มันเกิด
วันนั้นฉันกลับบ้านเดินยิ้มคนเดียวไปตลอดทาง

อ.จามรีแนะนำให้ฉันรู้จักกับพี่ปุ้ม
ซึ่งทีแรกฉันเข้าใจว่าเป็นคนประสานงานของบิ๊กทรีคนหนึ่ง
ฉันคุยกับพี่ปุ้มผ่านอีเมลสองสามครั้ง
แล้วพี่ปุ้มก็นัดให้เราไปเจอกันเมื่อวานนี้(17.03.14)

ฉันไปช้าสิบห้านาทีโดยโทรไปแจ้งก่อน
พี่ปุ้มรออยู่ที่ร้านอาหารกับพี่สันติสามีแก
เขาทั้งสองคนเป็นผู้ใหญ่วัน30ปลาย-40ต้นๆน่าจะได้
แต่งตัวสบายๆ
พี่สันติใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น พี่ปุ้มไม่แต่งหน้า

เราเริ่มคุยกันแบบไม่ค่อยมีกำแพง
ทำไมไม่รู้ ฉันรู้สึกว่าคุยถูกคอ รู้สึกถูกชะตา
เคมีตรงกัน

ทั้งสองคนดูเป็นคนเก่ง
มีความรู้ ความสามารถ ชนิดหาตัวจับยาก
แต่ก็ดูว่าไม่ใช่คนขี้โม้โอ้อวด
หรือทำตนข่มท่านให้ตัวเองดูยิ่งใหญ่ไปกว่าใคร
พี่สันติมีไอเดียบรรเจิด ที่พร้อมจะระเบิดพรั่งพรู
ริเริ่มอะไรใหม่ๆมากมาย

เขาชวนฉันทำงานกับบิ๊กทรีเต็มตัวหลังจากออกจากออฟฟิศ

จะเป็นงานแบบที่ไม่ต้องไปออฟฟิศเพราะบิ๊กทรีไม่มีออฟฟิศ
ไม่ต้องทำงานตามเวลาทำการ
เป็นงานประสานงานที่ไม่ต้องทำเอกสาร
งานแบบที่ฉันมีอิสระกับเวลาของฉันได้เต็มที่
งานแบบที่จะได้เจอผู้คนร้อยแปด
กระแสความคิดที่แตกต่างหลากหลาย
ฉันคงจะได้เรียนรู้อีกมาก
งานแบบที่จะได้ทำอะไรดีๆให้สิ่งแวดล้อม ให้สังคม

รายได้ไม่มากมาย
แต่ก็มากพอสำหรับให้แม่กับหมีได้ตามเดิม
มากพอสำหรับการใช้ การเก็บ และการเที่ยวของฉัน

พี่ปุ้มบอกว่าดีใจได้น้องน่ารักมาช่วยงานอีกคน
ไม่รู้ว่าแกปากหวานพูดไปงั้นหรือเปล่า
แต่ก็อดยิ้มไม่ได้

นี่คือโอกาส หรือ โชคชะตา ฉันไม่รู้
รู้แต่ว่า ช่างเป็นวันที่ดีเหลือเกิน
นี่คงจะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของฉัน
และคงจะเป็นไปในทางดี
ไม่มากก็น้อย
หวังว่าอย่างนั้น

ข อ ใ ห้ เ ป็ น อ ย่ า ง นั้ น น

: ))

About patchaparachaichour

cud42, landscape stu75, drawing, writing, thinking, dreaming, muddled thoughts, welcome to my world...
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s