งานแต่งงาน

เมื่อวานฉันได้มีโอกาสไปเป็นbackstageงานแต่งงานมา

เป็นครั้งแรก

ไปงานแต่งงานมาหลายครั้ง
มีสองสิ่งที่ฉันคิดตลอด

1. ผู้หญิงกับชุดราตรีที่เธอเลือกใส่

มันยากมากนะ
ต้องสวยพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป ไม่สั้นไป ไม่ยาวไป
ไม่โป๊ไป ไม่โบราณไป ไม่ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ
(อันนี้เห็นเยอะ เพราะวันธรรมดาไม่มีใครเยอะอย่างนี้นี่)
ไหนจะแต่งหน้า ทำผม กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ
จะเยอะไปไหน เสียเวลากันจริงจังไปมั้ย

ดูผู้ชายสิ สูทชุดเดียวไปได้ทุกงาน
ไปถึงก็รับประทานอาหารตาสบายใจเฉิบ
ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนนน55

การเลือกชุดไปงานซักชุด ยากพอๆกับเลือกคู่ดีๆซักคน

ฉันชอบแอบมองและวิจารณ์ชุดคนนู้นคนนี้คนเดียวเงียบๆในใจ
นิสัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่
แต่พนันได้ว่า คนในงานเกินครึ่งก็ทำแบบฉัน

ผู้หญิงบางคน หรือ มากกว่านั้น
ก็ตั้งใจใส่เปิดๆ เพื่ออวดทรวดทรงองเอว

กลายเป็นว่าชุดราตรียุคใหม่
ถูกออกแบบให้เป็นเกาะอก สายเดี่ยว สะพายแล่ง
ไม่สั้นก็บาง ไม่บางก็มีรูตรงนั้นตรงนี้
นี่คือความงามของแฟชั่นจริงหรือ
หรือเป็นการออกแบบเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของใครกันแน่

คนใส่ หรือ คนดู หรือทั้งสอง

ผู้ชายมองชุดราตรีผู้หญิงแล้วคิดอย่างไร ?

ฉันคงหัวโบราณเกินไปในเรื่องแแบบนี้

2. format งานแต่งอันแสนจำเจที่คนมางานรอคอย

พิธีกร/วิดีโอตอนเด็ก/สัมภาษณ์/ประธานคล้องมาลัยกล่าวอวยพรดื่มไชโย/
ตัดเค้ก/โยนดอกไม้/บลาๆ

เจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องถูกถามคำถามที่1ในนั้นต้องถามว่า
ชอบอีกฝ่ายที่ตรงไหน

มีคำตอบของผู้หญิงอันนึงที่ฉันฟังมาเหมือนกันมากกว่า 3 รอบ
คือ เค้าเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย
ดูแลเรามาตลอดสม่ำเสมอตั้งแต่เริ่มคบกันจนวันนี้

คืออ…
ผู้หญิงยังไม่หมดยุคดูแลตัวเองไม่ได้อีกหรือ???? 555

เอาเถอะ หญิงแกร่งอยู่ยากนะ

อือๆ โลกไม่ได้แย่ขนาดนั้น ใจเย็น
มุมดีๆของงานแต่งงานก็คือ

ไม่ว่าจะมีการผิดคิว ขลุกขลัก มีอุบัติเหตุดีร้ายซักแค่ไหน
เจ้าภาพจะแสดงความขอโทษบนเวที
คนมางานก็จะให้อภัยได้โดยไม่รู้สึกโกรธหรือไม่ดีอะไร
แล้วเจ้าภาพก็จะไม่รู้สึกแย่มากไปกว่ารู้สึกดี

เพราะมี main idea ของงานเป็นความรู้สึกดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ความติดขัดกะจึ๊กกะจั๊กเล็กน้อย
จึงไม่อาจทำลายบรรยากาศแห่งความรักและการชื่นชมยินดีนี้ไปได้

เป็นeventที่มักจะจบด้วยรอยยิ้ม

พี่ตาลทำงานสบายมากเลย

ดูเหมือนว่าบริษัทของเค้ามีเค้าทำงานคนเดียว
รับจัดเฉพาะ sequence ในวันงาน
ต้นทุนวัตถุดิบแทบเป็นศูนย์
มีแต่ต้นทุนแรงงานและเวลา

ให้เดาก็คือ

-มีการคุยกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวเกี่ยวกับโจทย์ความต้องการ
-คิดsequence(โครงเดิมเพิ่ม gimmick)+ปรับแบบ
-ไปรร.ดูสถาที่+run through
-วิ่งๆวันจริง

นับเวลาทำงานรวมๆเชื่อว่าไม่เกิน3วันเต็ม

ค่าจ้างเท่าไหร่ไม่รู้ แต่เรากับไหมได้มาคนละสองพัน
ช่างเป็นงานที่น่าสนใจอย่างมาก

สมมติตีเล่นๆอย่างถูกซักหมื่นนึง(หักค่าจ้างฉันกับไหมแล้ว)
เดือนนึงมีสองงาน=สองหมื่น
ทำงานเดือนละหกวัน!!!

ที่สำคัญงานจบคือจบ
ถ้าไม่ผิดพลาดอะไรใหญ่โตก็จบด้วยความสุข
ความสุขของคนในงาน ของพ่อแม่ เจ้าบ่าวเจ้าสาว
และของเราเอง

ใครไม่เอาก็บ้าแล้วบอกเลย

ต้องหาลู่ทางซะแล้วล่ะ เริ่มจาก…
ออกจากงานเก่าให้ได้ก่อน ห้า ห้า ห้าาา

ปล.1 วันนี้เจ้าบ่าวอ่านจม.ภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่นว่า
“ผมสัญญาว่าจะดูแลรักษารอยยิ้มของคุณบุ๋มจนลมหายใจสุดท้ายของผม”
คีบับ น้ำตาจะไหลขอแชร์นะครัช
ซึ้งจริงให้ตาย
(โหมดน้ำเน่าก็เอานะพัชรา กัก กัก)

ปล.2 ข้อเสียของอาชีพพี่ตาลก็คือ

ทำแล้วต้องอยากแต่งงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แน่ แน่ หึหึหึ

About patchaparachaichour

cud42, landscape stu75, drawing, writing, thinking, dreaming, muddled thoughts, welcome to my world...
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s