เยอะ

ฉันออกจากงานมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว

อาทิตย์สุดท้ายของการทำงาน
สภาพพอๆกับอาทิตย์สุดท้ายของทีสิส
กลับบ้านห้าทุ่มแม่ก็มารับ 
คืนสุดท้ายกลับตีสาม แม่ก็มานั่งด้วยตั้งแต่ตีหนึ่ง
ไม่บ่นไม่ว่าซักคำ
my best big mother in the world
พิมพ์แล้วน้ำตาจะไหล
ฉันช่างเป็นลูกผู้โชคดี

เสาร์แรกหลังออกจากงานได้ไปหาลูกมีน
ลูกมีนเป็นเด็กชายตัวน้อยชื่อ นัศร์ 
แปลว่า ความช่วยเหลือ
เกิดเมื่วันศุกร์ที่21มิย.2556
หนัก2โล6 
หลานตัวเล็กมากก
เด็กอายุ7วันน่ารักอย่างนี้เอง🙂

บ้านแฟนมีน(บ้านซอบีรีน=ชื่อแฟนมีน)ไกลมาก
ค่าแท็กซี่รวมทางด่วนปาเข้าไปสี่ร้อยกว่า
เค้าเรียกแถวนั้นว่าหนอกจอก
เรียกว่าสุดขอบตะวันออกของกทม.
4คนที่ไปหามีนวันนั้นมี 
-เกษหมี อยู่รังสิต เหนือสุดกทม.
-แป้ง อยู่พระรามสาม ใต้สุดกทม.
-ยูน อยู่สาย3 ฝั่งเพชรเกษม กับ
-ฉันเอง สองคนตะวันตกสุดม
นี่ไม่รักกันจริงไปไม่ถึงหรอกนะ55

แป้งคุยถึงชีวิตตอนไปฝึกงานที่สิงคโปรกับมีนให้ฟัง
บอกว่าตอนนั้นมีนพึ่งรุจักกับแฟนใหม่ๆ
คิดแล้วก็ช่างรวดเร็ดปานสายฟ้าแลบแปลบๆ
ไม่รู้ว่ามีนรู้สึกอย่างนั้นเหมือนกันมั้ย
ไม่ได้ถามหรอก
คิดว่าถ้ามีนอยากเล่าก็คงบอกเอง
เรื่องของเค้านี่

พอบอกมีนเรื่องออกจากงาน
มีนก็บอกว่ามีคิดอยู่แว๊บๆเหมือนกัน
แต่พอรู้ว่าท้องเท่านั้น
เรื่องอื่นก็ถูกลืมราวกับไม่มีความสำคัญใดๆ
รู้สึกว่าชีวิตมีเรื่องให้คิดมากพออยู่แล้ว
งานก็ทำๆไปเถอะ ประมาณนั้นมากกว่า

เรื่องที่มีนท้อง
คงเทียบได้กับช่วงที่รู้สึกว่า20ชม.ของทุกวันเป็นงาน
แล้วเวลาแต่ละอาทิตย์ก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก
ปีนึงที่ผ่านไปอย่างทรมานตัวเองและคนรอบข้าง
ช่วงที่รู้สึกว่าควรจะออกให้ได้จริงๆซะที

พอได้ออก โลกก็สวย

แต่ไม่มีอนาคต
ตอนแรกก็ว่าจะสบายใจ
แต่พอคิดถึงอยาคตที่ไรก็ขมวดคิ้วขึ้นมาได้ทุกที
บ่นกับใครก็โดนด่า
ว่า-เกียรตินิยมอันดับ1เหรียญทอง-
ไ ม่ มี อ น า ค ต ? ? ?
เหอ เหอ เหอ
จะมีใครเข้าใจความรู้สึกฉันเล่า
เหรียญช็อกโกแลตนั่นจะมีประโยชน์อะไร
ถ้าฉันไม่ทำสายนี้ต่อไปแล้วจริงๆ…

อืมม 

ช่างมันเถอะ
อนาคตคงมีทางไปของมัน
ลองดูละกัน

วันก่อนที่รู้สึกว่าว่างมากๆก็คิดถึงเพิ่ลๆ
แล้วก็ได้ดู จังหวะ-จะ-เดิน ตอนนึง 
เค้าบอกว่า วิธีหนึ่งสำหรับการบรรเทาความคิดถึง
คือการบอกให้ผู้ถูกคิดถึงรับทราบ
ลำพัง การบอก เพียงอย่างเดียว
ไม่ได้ช่วยบรรเทาความคิดถึงได้มากนัก
แต่การได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายต่างก็คิดถึงเช่นกันต่างหาก
ที่จะช่วยตอบเติมเต็มความรู้สึกคิดถึงนั้นได้
ดังนั้น คุณคงจะรู้แล้วว่า
ถ้ามีใครซักคนบอกคุณว่าคิดถึง
คุณควรจะทำอย่างไร

ดังนั้นฉันเลยบอกเพื่อนบางคนไป
และรู้สึกว่าจริงอย่างที่เค้าว่า
มันช่วยได้จริงๆ

 

 

 

ช่วงหลังๆที่อยู่กับคอมเกือบตลอดเวลา
เพราะอยู่กับงาน
ได้มีโอกาสดูคอนเสิร์ตเฉลียงเรื่องราวบนแผ่นไม้
ดูซ้ำๆๆๆๆ
ดูแล้วดูอีก จนเกือบจะจำได้ทุกประโยค
แต่ก็ยังดูอยู่ ยังดูได้อีก
ดูแล้วก็อยากดูคอนเสิร์ตเฉลียงจัง
มุกตลกแบบนี้ล่ะมั้งที่ฉันเข้าถึง555
เพลงแบบนี้ล่ะมั้งที่ฉันอิน
แต่พี่ดี้บอกว่าจะไม่มีอีกแล้ว ช่างน่าเสียดาย
เกิดช้าเกินไป
รู้จักกันช้าเกินไป
เอาน่ะ ถือว่ายังดีที่มีโอกาสได้รู้จัก
ฉันจะฟังเพลงของเธอไปอีกนานแสนนาน

ขอบคุณประภาส และเฉลียง
สำหรับการอยู่เป็นเพื่อนยามโหมงานหนักลำพัง55

บรายยย.

ปล.เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาไปเลี้ยงทอมทอม
เจอพี่ฤทธิ์เอารถ7ที่นั่งมารับลูกๆ เหมือนรถนักเรียน55

พี่ฤทธิ์มาอีกแล้ว จำได้ว่าเจอพี่ฤทธิ์ตั้งแต่ปีหนึ่ง
ช่วยๆกันนับได้ว่าพี่ฤทธิ์เป็นพี่ปี15แล้ว
ที่ประทับใจคือพี่ฤทธิ์จำได้ด้วยว่าบ้านเราอยู่ไหน
เห้ย สมองพี่เค้าต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
มาส่งกันปีละครั้งยังจำได้
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพี่ฤทธิ์ยังมาอยู่ได้ทุกปี
ทั้งๆที่รู้ตัวว่าต้องมาจ่าย
และทั้งๆที่รู้ว่าจะไม่เจอคนรุ่นราวคราวเดียวกันให้เม้าท์มอยแล้ว
คิดว่าถ้าเป็นฉัน ฉันยังจะมาอยู่มั้ย? ไม่น่านะ
แต่ก็ไม่คิดว่าจะถามหรอก
ไม่ใช่อะไร กลัวถามไปแล้วแกจะงอน
คิดว่าเราไม่อยากให้มา แต่เปล่าไง
หวังว่าปีหน้าและปีต่อๆไปจะได้เจอกันอีกเหมือนเดิมนะคระขุ่นพี่่่ :))

About patchaparachaichour

cud42, landscape stu75, drawing, writing, thinking, dreaming, muddled thoughts, welcome to my world...
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s